ดรากอนแอร์รีแบรนด์ ผนึกสายการบินแม่เพิ่มพลังแข่งขัน

คาเธ่ย์ ดรากอน

"ดรากอนแอร์" รีแบรนด์เป็น "คาเธ่ย์ ดรากอน" ผนึก "คาเธ่ย์ แปซิฟิค" เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะที่เส้นทางบินจากไทยอัดโปรสู้คู่แข่ง...

น.ส.อากาธ่า ลี ผู้จัดการประจำประเทศไทย สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค กล่าวว่า ไทยเป็นตลาดสำคัญและขอบคุณผู้โดยสารชาวไทยที่ให้การสนับสนุนมาตลอด แม้ว่าต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในการทำธุรกิจ โดยเรายังคงมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างความแข็งแกร่งให้เครือข่ายการบิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมภายใต้ปรัชญา "Life Well Travelled"

ทั้งนี้ คาเธ่ย์ แปซิฟิคลงทุนในผลิตภัณฑ์และบริการมากมายเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้โดยสาร ด้วยการขยายเครือข่ายฝูงบินทันสมัยและประหยัดพลังงาน รวมทั้งความมุ่งมั่นในการมอบบริการเหนือระดับแก่ผู้โดยสารตั้งแต่ก่อนออกเดินทางไปจนถึงการบริการบนเที่ยวบิน โดยรับมอบเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A350-900s
จำนวน 22 ลำแรกในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างนี้จนถึงปี 2563 จะรับมอบเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A350XWB จำนวนทั้งหมด 48 ลำ

สำหรับเครื่องบิน A350 รุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานนี้ มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ทันสมัย ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารในทุกระดับชั้น ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้เวลาและพื้นที่ได้ตรงตามความต้องการมากขึ้นไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือเพื่อการผ่อนคลาย นอกจากที่นั่งและระบบความบันเทิงรูปแบบใหม่แล้วยังมีการติดตั้งอินเทอร์เน็ตบนเที่ยวบินด้วย

น.ส.อากาธ่า กล่าวต่อว่า เรามุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่ายการบินเพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกสบายให้แก่ผู้โดยสาร ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2557 ได้เปิดเส้นทางบินใหม่สู่เมืองแมนเชสเตอร์ ซูริก บอสตัน ดึสเซลดอร์ฟ มาดริดและสนามบินแกตวิค กรุงลอนดอน รวมถึงเพิ่มเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทางยอดนิยมทวีปอเมริกาเหนือ
โดยสายการบินจะเพิ่มเที่ยวบินไปยังนครบอสตันจาก 4 เที่ยวบินเป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และแวนคูเวอร์จาก 14 เที่ยวบินเป็น 17 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในเดือน มี.ค. 2560

ขณะที่เดือน พ.ค. ยังได้เปิดให้บริการห้องรับรองผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจในท่าอากาศยานนานาชาติแวนคูเวอร์ โดยใช้แนวทางการออกแบบเดียวกันกับห้องรับรอง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ สนามบินฮาเนดะกรุงโตเกียว สนามบินในกรุงมะนิลาและสนามบินในกรุงไทเป นอกจากนี้ ห้องรับรองผู้โดยสารชั้นธุรกิจ เดอะ เพียร์ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ได้รับการปรับปรุงเมื่อเดือน มิ.ย. และกลายเป็นห้องรับรองผู้โดยสารที่ใหญ่ที่สุดของสายการบิน และยังเตรียมเปิดให้บริการห้องรับรองผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจแห่งใหม่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ 

ผู้จัดการประจำประเทศไทย สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค กล่าวต่อว่า คาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้พัฒนาระบบการจัดการเดินทางแบบออนไลน์ หรือ E-Journey รูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโมบายล์ แอพพลิเคชั่นที่มีเวอร์ชั่นภาษาไทย การซื้อบัตรโดยสารและการเช็กอินออนไลน์ รวมไปถึงการรับ e-boarding pass บนโทรศัพท์มือถือเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ผู้โดยสารชาวไทยตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อบัตรโดยสารไปจนถึงการเช็กอิน

ขณะเดียวกันสายการบิน ดรากอนแอร์ซึ่งเป็นสายการบินในเครือของคาเธ่ย์ แปซิฟิค จะเปลี่ยนชื่อเป็นคาเธ่ย์ ดรากอน ซึ่งการรีแบรนด์ครั้งนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดของทั้ง 2 สายการบินและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับคาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป รวมถึงมอบประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม คาเธ่ย์ แปซิฟิคและดรากอนแอร์ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและฮ่องกงจำนวนสูงสุด โดยคาเธ่ย์ แปซิฟิคให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพ-ฮ่องกงจำนวน 63 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และดรากอนแอร์ให้บริการเที่ยวบินภูเก็ต-ฮ่องกง 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเที่ยวบินระหว่างเชียงใหม่-ฮ่องกง 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทางกว่า 200 เส้นทางทั่วโลก ซึ่งเพื่อความสะดวกสบายและความคุ้มค่าในการเดินทาง สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค และดรากอนแอร์ ยังได้นำเสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษกับโปรโมชั่นในหลากหลายเส้นทางยอดนิยมอีกด้วย.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/732830
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   verified by VISA Mastercard SecureCode KBANK Payment Gateway กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Partner by Emirates